ระบบการเล่น

      เป็นสิ่งที่น่าสงสัย และยังเป็นคำถามในหมู่แฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ ว่าโชเซ่ มูรินโญ่ จะวางแผนในระบบใดเป็นการเล่นหลักให้กับทีมในฤดูกาลนี้ โดยก่อนหน้านี้กุนซือชาวโปรตุเกสจะใช้แผน 4-2-3-1 ในการเป็นระบบหลักมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2016 รวมถึงในตอนที่คุมทีมเชลซีในคำรบที่ 2 ด้วย แต่จากการซื้อนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ที่พวกเขาไปคว้าเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลมาจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 53 ล้านปอนด์ ทำให้ถูกคาดว่าจะต้องมาเล่นในตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน แต่ทีม่ก็มีทั้งเนมานย่า มาติช กองกลางตัวรับทีมชาติเซอร์เบียร์ที่ก็เป็นตัวโปรดของโชเซ่ มูรินโญ่ อยู่แล้ว จนถึงขั้นต้องซื้อตามกันมาจากเชลซีเลยทีเดียว ซึ่งก็คงได้ลงเป็นตัวจริง ส่วนอีกรายที่ก็น่าจะได้เล่นเป็นตัวจริงก็คือปอล ป็อกบา อดีตนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่มูรินโญ่ไปซื้อมากับมือจากยูเวนตุสเมื่อ 2 ปีก่อน แถมดาวเตะจอมตัดผมยังไปโชว์ฟอร์มได้อย่างไฉไลในศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมาด้วย ทำให้ถูกมองว่าฤดูกาลนี้โชเซ่ มูรินโญ่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบ 4-3-3 กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งระบบนี้เขาเคยใช้เมื่อสมัยคุมทีมเชลซียุคแรก ที่แดนหน้าจะมีเดเมี่ยน ดัฟฟ์ และอาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวจี๊ดทั้ง 2 ฝั่งประกบกองหน้าอย่างดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ส่วนแดนกลางในตอนนั้นเชลซีมีแฟรงค์ แลมพาร์ด มิเกล เอสเซียง และโคล๊ด มาเกเลเล่ ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งมากในยุคนั้น และเหมือนว่ามูรินโญ่จะลำลึกเอาแผนนี้ปัดฝุ่นกับมาใช้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ โดยแดนกลางเขามีตัวเลือกทั้ง 3 คนแล้ว รวมถึงกำลังสำรองที่พร้อมสับเปลี่ยนด้วย แต่ในแดนหน้าตอนนี้มีเพียงอเล็กซิส ซานเชซ ปีกทีมชาติชิลี และโรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมเท่านั้นที่ลงตัว แต่ในตำแหน่งกองหน้าฝั่งขวาคงต้องมาลงกันอีกทีว่าใครจะได้เป็นตัวจริงหากไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมในตำแหน่งนี้

แต่ไม่ว่าระบบการเล่นตั้งต้นจะเป็นอย่างไร รูปแบบเกมหลักๆ ของกุนซือชาวโปรตุกีสก็คงจะเป็นการถอยลงไปรับลึกแล้วรอสวนกลับอยู่ดี ซึ่งแฟน “ปีศาจแดง” ก็คงต้องนั่งลุ้นกันต่อไป ถึงแม้ว่าแผนการเล่นในหน้ากระดาษจะดูดีแค่ไหนก็ตาม