ไม่ซื้อก็ต้องเพิ่ม

    จากการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ทำให้พวกเขาปิดตลาดโดยได้นักเตะใหม่มาเพียง 3 คนเท่านั้นคือ เฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ดิโอโก้ ดาโลต์ แบ็คดาวรุ่งชาวโปรตุกีสจากเอฟซี ปอร์โต้ และลี แกรนต์ นายประตูจอมเก๋าจากสโต๊ค ซิตี้ ที่ตั้งใจคว้าตัวเพื่อมาเป็นมือ 3 ต่อจากดาบิด เด เกอา และเซร์คิโอ โรเมโร่ ซึ่งเท่ากับว่านักเตะที่เขาได้มาและตั้งใจจะใช้งานจริงๆ มีเพียง 2 คนเท่านั้น คือเฟร็ด กับดาโลต์ ในรายของดาโลต์นั้นจะยังลงสนามไม่ได้หลังจากเดือนกันยายน เนื่องจากเขามีอาการบาดเจ็บติดตัวมาตั้งแต่ก่อนย้ายทีมแล้ว ซึ่งจะเหลือเพียงเฟร็ดคนเดียวเท่านั้น ที่พร้อมจะให้โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของทีมเลือกใช้งานในช่วงเปิดฤดูกาลนี้

ไม่ว่าปัญหาที่แท้จริงที่บอร์ดบริหารสโมสรไม่ยอมทุ่มงบให้โชเซ่ มูรินโญ่เหมือนอย่าง 2 ฤดูกาลแรกที่เขามาคุมทีมจะคืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องที่สโมสรไม่อยากทุ่มให้กับกุนซือรายนี้แล้วก็ได้ ทำให้มูรินโญ่ไม่ได้นักเตะที่ต้องการแล้ว สิ่งที่อดีตกุนซือรายนี้ต้องทำก็คือต้องเพิ่มศักยภาพของนักเตะที่มีอยู่ให้กลับมามีสภาพที่ใช้งานได้ดีในฤดูกาลนี้ ซึ่งมีนักเตะหลายคนที่ทำผลงานได้ดีทีเดียว ก่อนที่โชเซ่ มูรินโญ่จะเข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2016 ซึ่งหากมูรินโญ่ทำได้ก็จะเหมือนกับการได้นักเตะใหม่มาร่วมทีมเลยทีเดียว

ก่อนหน้าที่โชเซ่ มูรินโญ่จะมา นักเตะอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของทีมที่กำลังก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ที่ถือว่าตอนนั้นเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมาก และมีสภาพที่ดีกว่าตอนนี้ด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เวลาก็ผ่านไปถึง 2 ปีแล้ว แต่เหมือนเขาไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นเลยหลังจากนั้น และเหมือนจะถดถอยลงด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนก็คืออองโตนี่ มาร์กซิยัล ตัวรุกที่เคยเป็นดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสในยุคที่อาจารย์หลุยส์คุมทีม ที่ช่วงนั้นเขาก็เป็นความหวังของสโมสรเช่นเดียวกับแรชฟอร์ดเช่นกัน และนี่น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บอร์ดบริหารไม่กล้าทุ่มให้กับโชเซ่ มูรินโญ่ในการซื้อนักเตะแล้ว เพราะอันที่จริงในทีมก็ถือว่ามีนักเตะชั้นดีอยู่มาก แต่ก็ต้องมาดับเพราะน้ำมือของกุนซือรายนี้ และหากมูรินโญ่ทำไม่ได้ บอร์ดบริหารคงหากุนซือคนใหม่มาทำแทน