สดุดี ลียง

    ถึงแม้ว่าในศึกลีก เอิงของฝรั่งเศสในฤดูกาลนี้ โอลิมปิก ลียง ทีมอันดับ 3 ของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จะยังทำผลงานได้ไม่ดีนักก็ตามในช่วง 5 นัดแรกของฤดูกาล โดยเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น และก็แพ้ไปถึง 2 นัดด้วยกัน ทำให้แทบจะหมดลุ้นแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ เนื่องจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ยอดทีมในเมืองหลวงสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้ง 5 นัดรวด และมีคะแนนทิ้งห่างพวกเขาไปแล้วถึง 8 คะแนน แต่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนัดแรกเมื่อช่วงที่ผ่านมา โอลิมปิก ลียง เป็นทีมเดียวของประเทศฝรั่งเศส ที่สามารถเก็บชัยชนะได้ในนัดแรกของฟุตบอลถ้วยใหญ่ที่สุดของยุโรป ทั้งๆ ที่พวกเขาต้องพบกับเกมที่ยากที่สุดของรอบแบ่งกลุ่มในฤดูกาลนี้ เมื่อต้องบุกไปเยือนอิติฮัด สตเดี้ยมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเป็นแชมป์ของพรีเมียร์ลีกอังกฤษเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ถูกมองว่าพวกเขามีโอกาสที่จะพ่ายแพ้สูงมากในเกมดังกล่าว

แต่ผลสุดท้ายปรากฏว่าลูกทีมของบรูโน่ เจนิซิโอ ทำผลงานได้อย่างสุดยอด เมื่อบุกไปเอาชนะทีม “เรือใบสีฟ้า” ได้ถึงถิ่น 2-1 และเก็บ 3 คะแนนอันล้ำค่าได้สำเร็จ ทำให้โอกาสในการเข้ารอบน็อคเอ้าต์ของพวกเขาเปิดกว้างทันที เพราะผลอีกคู่ของกลุ่มนี้คือชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ทีมดังของยูเครนทำได้แค่เสมอกับฮอฟเฟ่นไฮม์ของเยอรมันเท่านั้น ทำให้เป็นการตัดแต้มกันเอง และเพิ่มโอกาสให้กับโอลิมปิก ลียงในการเข้ารอบมากขึ้นด้วย โดยลียงออกสตาร์ตเกมได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งเวลาแรก ด้วยการออกนำยอดทีมของเมืองแมนเชสเตอร์ได้ถึง 2-0 จากการทำประตูของมักซ์เวลล์ โกเน่ต์ กองหน้าดาวรุ่งชาวไอวอรี่ โคสต์วัย 21 ปี และนาบิล เฟคีร์ เพลย์เมคเกอร์กัปตันทีม ทำให้พวกเขาเล่นด้วยความมั่นใจในช่วงเวลาที่เหลือ จนเกือบจะได้ประตูที่ 3 ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็มาเสียประตูตีไข่แตกให้แบร์นาร์โด้ ซิลวา ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสของเจ้าถิ่น แต่หลังจากนั้นลียงก็ยังสามารถประครองเกม และรักษาสกอร์เอาไว้ได้ ทำให้เป็นฝ่ายชนะไปในท้ายที่สุด ซึ่งต้องชมการวางหมากของกุนซือวัย 52 ปีเป็นอย่างยิ่ง ที่วางแผนมาให้ทีมเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น และจังหวะสวนกลับก็สามารถป่วนเกมรับของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้โดยตลอด และมีโอกาสที่จะได้เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกสูงมาก ถึงแม้ว่าผลงานในศึกลีก เอิง จะยังดูไม่ค่อยเข้าที่เข้าทางก็ตาม

แผนการระยะยาว

    หลังจากที่บอร์ดบริหารของสโมสรใช้งบประมาณซื้อตัวนักเตะไปไม่ถึง 100 ล้านปอนด์ในฤดูกาลนี้ ทำให้ถูกมองว่าทีม “ปีศาจแดง” กำลังวางแผนระยะยาวของสโมสรใหม่ รวมถึงตำแหน่งกุนซืออย่างโชเซ่ มูรินโญ่ด้วย เนื่องจากเริ่มมีกระแสที่แฟนบอลไม่พอใจกับวิธีการเล่นของลูกทีมของกุนซือชาวโปรตุกีสแล้ว โดยเฉพาะในช่วงพรีซีซั่นที่ผ่านมา ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นนัดที่ไม่ต้องเน้นผลการแข่งขันก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังไปจอดรถบัสเล่นในสนามอยู่ดี รวมถึงผลงานของทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย เมื่อพวกเขาจบฤดูกาลด้วยมือเปล่า ไม่มีแชมป์ติดมือแม้แต่ถ้วยเดียว และยังมีกระแสว่ากุนอดีตกุนซือของเรอัล มาดริด อินเตอร์ มิลาน และเชลซีนั้นมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับนักเตะภายในทีมด้วย รวมถึงการไปให้สัมภาษณ์สื่อทำให้ภาพลักษ์ของสโมสรเสียหายด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้ถูกโยงว่าสโมสรกำลังมองหาลู่ทางในการปลดโชเซ่ มูรินโญ่ออกจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลนี้ และด้วยงบประมาณที่ให้ซื้อตัวนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาน้อยด้วย และไม่ได้นักเตะตามที่โชเซ่ มูรินโญ่ต้องการ ทำให้ถูกมองว่าบอร์ดบิรหารของสโมสรจะเก็บงบประมาณไว้ให้กับกุนซือคนใหม่ที่พวกเขาจะจ้างเข้ามาต่อจากนี้มากกว่า เพื่อให้กุนซือคนใหม่ได้มีงบประมาณสร้างทีม รวมถึงซื้อตัวนักเตะเข้าสู่ทีมได้อย่างเต็มที่

แผนระยะยาวของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังมีมากกว่านี้อีกคือเมื่อพวกเขาเตรียมแผนการที่จะแต่งตั้งผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่จะมีตำหน่งนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยมีตำแหน่งนี้มาก่อน แต่สำหรับสโมสรสมัยใหม่แล้วนั้นจะมีกนหลายทีมทีเดียว โดยผู้อำนวยการฟุตบอลจะมีหน้าที่ในการหานักเตะเข้าสู่สโมสร รวมถึงวางแผนการด้านตัวผู้เล่นที่จะย้ายเข้าย้ายออกในแต่ละปี เรียกได้ว่าผู้จัดการทีมจะถูกลดบทบาทไปเหนือการทำหน้าที่ในสนามเป็นหลักเท่านั้น ส่วนเรื่องตัวผู้เล่นที่จะเอาใครเข้ามาอยู่ในทีมบ้าง จะเป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการฟุตบอลที่กำลังจะถูกแต่งตั้งขึ้นมา ซึ่งจะทำให้ไม่ว่าจะเป็นใครเข้ามาคุมทีมก็จะมีหน้าที่ใช้ตัวผู้เล่นที่มีอยู่ให้ดีที่สุดเท่านั้น และจะไม่ใช่หน้าที่ของผู้จัดการทีมอีกต่อไป ที่จะส่งรายชื่อนักเตะที่ต้องการให้กับบอร์ดบริหารในแต่ละปี เหมือนอย่างที่โชเซ่ มูรินโญ่ทำอยู่ในเวลานี้ ที่ส่งลิสต์นักเตะที่ต้องการให้เอ็ด วู๊ดเวิร์ดไปเจรจาทุกปี แต่ต่อจากนี้จะไม่มีหน้าที่นั้นอีกแล้ว

ศรัทธาที่หายไป

    สิ่งหนึ่งที่เริ่มหายไปสำหรับโชเซ่ มูรินโญ่ที่ได้รับจากนักเตะคนอื่นๆ นั่นก็คือความศรัทธาในตัวเขาซึ่งนับวันดูเหมือนว่าจะยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งมันส่งผลหลายอย่างทีเดียวกับการคุมทีมระดับพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะกับทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีดาวดังอยู่ในทีมคับคั่ง ซึ่งตัวนักเตะต้องมีควาศรํทธาในตัวเขาเป็นอย่างยิ่งกับการที่จะทำทีมไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ในรายการต่างๆ ซึ่งตอนนี้แนวโน้มมันเริ่มลดลงเรื่อยๆ แล้ว เนื่องจากผลงานในระยะหลังของเขามันไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รวมถึงแนวทางการเล่นของทีมที่เริ่มจะเน้นเกมรับมากเกินไป ซึ่งมาเห็นได้ชัดกับการคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนี่เอง และเขาเสียศรัทธามาแล้วครั้งใหญ่ในช่วงที่คุมเชลซีครั้งที่ 2 ซึ่งหลังจากพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาล 2014-2015 แต่หลังจากนั้นมาเขาก็ไม่เคยกลับไปคว้าแชมป์ได้อีกเลย หนำซ้ำกลับถูกเชลซีไล่ออกจากตำแหน่งด้วย ซึ่งฤดูกาลนั้นดูเหมือนเป็นการเล่นไล่โค๊ชด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็จับมือใครดมไม่ได้

ในช่วงที่เขาเข้ามาคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดใหม่ๆ เมื่อกลางปี 2016 ซึ่งตอนนั้นชื่อเสียง และความศรัทธาของเขายังถือว่าดีอยู่ ยังสามารถดึงทั้งปอล ป็อกบา และซลาตัน อิบราฮิโมวิชมาอยู่กับทีมได้สำเร็จ แต่หลังจากนั้นมาเขาทำทีมได้แชมป์ลีก คัพ และยูโรป้า ลีกสำเร็จเท่านั้น และด้วยแนวทางการเล่น และรูปเกมที่ออกมามันไม่ได้น่าย้ายมาเล่นด้วยเลย ทำให้ซัมเมอร์นี้มีข่าวว่าเขาถูกนักเตะปฏิเสธที่จะย้ายทีมมาร่วมงานโชเซ่ มูรินโญ่ด้วย โดยมีทางมาเตโอ โควาซิช กองกลางทีมชาติโครเอเชียของเรอัล มาดริด ที่มีข่าวว่าเขาไม่อยากย้ายมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพราะว่าโชเซ่ มูรินโญ่ทำทีมเล่นเกมรับมากเกินไป รวมถึงดิเอโก้ โกดิน ปราการหลังทีมชาติอุรุกวัยของแอตเลติโก มาดริดก็ด้วย ที่ก็ปฏิเสธย้ายมายังถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเช่นกัน ซึ่งหากเป็นช่วงที่เขายังมีสิ่งที่เรียกว่าศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม การซื้อนักเตะเข้าสู่ทีมซักคนคงไม่ใช่เรื่องยากอย่างทุกวันนี้

ยังไม่ต้องถึงศรัทธาจากนักเตะด้วยซ้ำ เมื่อศรัทธาในแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่มีต่อตัวโชเซ่ มูรินโญ่ในตอนนี้มันก็แทบจะไม่เหลือแล้วด้วยซ้ำ ทำให้ทุกวันนี้เก้าอี้กุนซือของเขามันกำลังร้อนขึ้นทุกวัน จนทำให้เขาเป็นเต็ง 2 ที่จะถูกไล่ออกจากตำแหน่งกุนซือคนต่อไปด้วยซ้ำ ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ใช่คนแรก แต่หลังจบฤดูกาลนี้แล้วเขามีโอกาสสูงมากที่จะไม่ได้คุมทีม “ปีศาจแดง” ต่อ

วิเคราะห์โดย เว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์

ไม่ซื้อก็ต้องเพิ่ม

    จากการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ได้นักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมในช่วงท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ทำให้พวกเขาปิดตลาดโดยได้นักเตะใหม่มาเพียง 3 คนเท่านั้นคือ เฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ดิโอโก้ ดาโลต์ แบ็คดาวรุ่งชาวโปรตุกีสจากเอฟซี ปอร์โต้ และลี แกรนต์ นายประตูจอมเก๋าจากสโต๊ค ซิตี้ ที่ตั้งใจคว้าตัวเพื่อมาเป็นมือ 3 ต่อจากดาบิด เด เกอา และเซร์คิโอ โรเมโร่ ซึ่งเท่ากับว่านักเตะที่เขาได้มาและตั้งใจจะใช้งานจริงๆ มีเพียง 2 คนเท่านั้น คือเฟร็ด กับดาโลต์ ในรายของดาโลต์นั้นจะยังลงสนามไม่ได้หลังจากเดือนกันยายน เนื่องจากเขามีอาการบาดเจ็บติดตัวมาตั้งแต่ก่อนย้ายทีมแล้ว ซึ่งจะเหลือเพียงเฟร็ดคนเดียวเท่านั้น ที่พร้อมจะให้โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสของทีมเลือกใช้งานในช่วงเปิดฤดูกาลนี้

ไม่ว่าปัญหาที่แท้จริงที่บอร์ดบริหารสโมสรไม่ยอมทุ่มงบให้โชเซ่ มูรินโญ่เหมือนอย่าง 2 ฤดูกาลแรกที่เขามาคุมทีมจะคืออะไรก็แล้วแต่ ซึ่งก็อาจจะเป็นเรื่องที่สโมสรไม่อยากทุ่มให้กับกุนซือรายนี้แล้วก็ได้ ทำให้มูรินโญ่ไม่ได้นักเตะที่ต้องการแล้ว สิ่งที่อดีตกุนซือรายนี้ต้องทำก็คือต้องเพิ่มศักยภาพของนักเตะที่มีอยู่ให้กลับมามีสภาพที่ใช้งานได้ดีในฤดูกาลนี้ ซึ่งมีนักเตะหลายคนที่ทำผลงานได้ดีทีเดียว ก่อนที่โชเซ่ มูรินโญ่จะเข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2016 ซึ่งหากมูรินโญ่ทำได้ก็จะเหมือนกับการได้นักเตะใหม่มาร่วมทีมเลยทีเดียว

ก่อนหน้าที่โชเซ่ มูรินโญ่จะมา นักเตะอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าดาวรุ่งของทีมที่กำลังก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ที่ถือว่าตอนนั้นเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นมาก และมีสภาพที่ดีกว่าตอนนี้ด้วยซ้ำ ทั้งๆ ที่เวลาก็ผ่านไปถึง 2 ปีแล้ว แต่เหมือนเขาไม่ได้มีการพัฒนาขึ้นเลยหลังจากนั้น และเหมือนจะถดถอยลงด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนก็คืออองโตนี่ มาร์กซิยัล ตัวรุกที่เคยเป็นดีกรีทีมชาติฝรั่งเศสในยุคที่อาจารย์หลุยส์คุมทีม ที่ช่วงนั้นเขาก็เป็นความหวังของสโมสรเช่นเดียวกับแรชฟอร์ดเช่นกัน และนี่น่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บอร์ดบริหารไม่กล้าทุ่มให้กับโชเซ่ มูรินโญ่ในการซื้อนักเตะแล้ว เพราะอันที่จริงในทีมก็ถือว่ามีนักเตะชั้นดีอยู่มาก แต่ก็ต้องมาดับเพราะน้ำมือของกุนซือรายนี้ และหากมูรินโญ่ทำไม่ได้ บอร์ดบริหารคงหากุนซือคนใหม่มาทำแทน

 

สภาวะทีมแตก

     สิ่งที่แฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลัวที่สุดในตอนนี้ อาจจะไม่ใช่การที่ทีมจะไม่สามารถคว้าแชมป์รายการใดๆ ได้เลยในฤดูกาลนี้ แต่กลัวว่าโชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสจะทำให้ทีม “ปีศาจแดง” ของพวกเขานั้นเสียหายไปมากกว่านี้ซะมากกว่า เหมือนอย่างที่เขาทำกับเชลซีในครั้งล่าสุดที่โดนไล่ออกจากตำแหน่งมาเมื่อเดือนธันวาคม 2015 ซึ่งในตอนนี้เริ่มมีแนวโน้มว่ามันกำลังจะเดินทางไปสู่เส้นทางนั้นได้ด้วย เมื่อผลงานของทีมในช่วงอุ่นเครื่องที่ไม่ค่อยดี รวมถึงนักเตะไม่ค่อยชอบแนวทางการเล่นของโชเซ่ มูรินโญ่ด้วย เมื่อเขาเลือกที่จะตั้งรับมากเกินไป จนทำให้เหมือนเสียศักดิ์ศรีของความแป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปเลยด้วยซ้ำ ทำให้นักเตะเกมรุกเริ่มไม่ค่อยพอใจกับวิธีการเล่นของทีมแล้ว และจากรายงานข่าวล่าสุดดูเหมือนว่าทางปอล ป็อกบา กองกลางแชมป์โลกของทีมจะเป็นที่ต้องการของบาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ของประเทศสเปน ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาขอซื้อตัวแล้วด้วย ซึ่งก็มีแนวโน้มที่ทีมจะต้องเสียปอล ป็อกบาออกจากทีมไปไม่น้อยทีเดียว ถึงแม้ว่าข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาจะไม่ได้ใกล้เคียงกับมูลค่าจริงๆ ของกองกลางวัย 25 ปีก็ตาม แต่จากข่าวที่ออกมาก็ทำให้พอจะทราบได้ว่าตัวป็อกบานั้นมีความต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดไม่น้อยทีเดียว หากผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังเป็นโชเซ่ มูรินโญ่อยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางฤดูกาลที่แล้วก็เหมือนจะมีปัญหากันมาก่อนเมื่อป็อกบาถูกดร็อปเป็นตัวสำรองอยู่ช่วงหนึ่ง แต่หลังจากนั้นเหมือนจะมีการเคลียร์กันได้แล้ว จึงได้กลับมาลงเป็นตัวจริงให้ทีมต่อ

ปอล ป็อกบา เป็นเหมือนหัวเรือใหญ่ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชุดนี้ ที่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นผู้เล่นที่อาวุโสทที่สุด แต่ว่าเขามีความเป็นผู้นำมากทีเดียว โดยเฉพาะความเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว หรือ Locker room นั่นเอง ที่เราจะเห็นได้บ่อยๆ จากการโพสต์ตามโลกโซเชี่ยลต่างๆ ทำให้แฟนบอลมีความกังวลว่าหากว่าปอล ป็อกบาย้ายออกจากทีมไปแล้ว พวกเขาอาจจะต้องเสียนักเตะคนอื่นๆ ที่อยากจะย้ายออกจากทีมตามๆ กันไปด้วยก็เป็นได้ ซึ่งตอนี้ดูเหมือนคลื่นใต้น้ำในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดมันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งมันจะสงบลง หรือว่าจะกลายเป็นสึนามินั้น มันก็ขึ้นอยู่กับการจัดการของบอร์ดบริหารแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดว่าจะเอาอย่างไรกับต้นเหตุของคลื่นใต้น้ำอย่างโชเซ่ มูรินโญ่ดี ไม่งั้นอาจจะเกิดสภาวะทีมแตกต่อจากนี้ก็เป็นได้

ระบบการเล่น

      เป็นสิ่งที่น่าสงสัย และยังเป็นคำถามในหมู่แฟนบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ ว่าโชเซ่ มูรินโญ่ จะวางแผนในระบบใดเป็นการเล่นหลักให้กับทีมในฤดูกาลนี้ โดยก่อนหน้านี้กุนซือชาวโปรตุเกสจะใช้แผน 4-2-3-1 ในการเป็นระบบหลักมาโดยตลอด ตั้งแต่เข้ามาคุมทีมในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2016 รวมถึงในตอนที่คุมทีมเชลซีในคำรบที่ 2 ด้วย แต่จากการซื้อนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ที่พวกเขาไปคว้าเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลมาจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ ด้วยค่าตัวสูงถึง 53 ล้านปอนด์ ทำให้ถูกคาดว่าจะต้องมาเล่นในตำแหน่งตัวจริงในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน แต่ทีม่ก็มีทั้งเนมานย่า มาติช กองกลางตัวรับทีมชาติเซอร์เบียร์ที่ก็เป็นตัวโปรดของโชเซ่ มูรินโญ่ อยู่แล้ว จนถึงขั้นต้องซื้อตามกันมาจากเชลซีเลยทีเดียว ซึ่งก็คงได้ลงเป็นตัวจริง ส่วนอีกรายที่ก็น่าจะได้เล่นเป็นตัวจริงก็คือปอล ป็อกบา อดีตนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกที่มูรินโญ่ไปซื้อมากับมือจากยูเวนตุสเมื่อ 2 ปีก่อน แถมดาวเตะจอมตัดผมยังไปโชว์ฟอร์มได้อย่างไฉไลในศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมาด้วย ทำให้ถูกมองว่าฤดูกาลนี้โชเซ่ มูรินโญ่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบ 4-3-3 กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งระบบนี้เขาเคยใช้เมื่อสมัยคุมทีมเชลซียุคแรก ที่แดนหน้าจะมีเดเมี่ยน ดัฟฟ์ และอาร์เยน ร็อบเบน ปีกตัวจี๊ดทั้ง 2 ฝั่งประกบกองหน้าอย่างดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ส่วนแดนกลางในตอนนั้นเชลซีมีแฟรงค์ แลมพาร์ด มิเกล เอสเซียง และโคล๊ด มาเกเลเล่ ซึ่งถือว่าแข็งแกร่งมากในยุคนั้น และเหมือนว่ามูรินโญ่จะลำลึกเอาแผนนี้ปัดฝุ่นกับมาใช้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ โดยแดนกลางเขามีตัวเลือกทั้ง 3 คนแล้ว รวมถึงกำลังสำรองที่พร้อมสับเปลี่ยนด้วย แต่ในแดนหน้าตอนนี้มีเพียงอเล็กซิส ซานเชซ ปีกทีมชาติชิลี และโรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมเท่านั้นที่ลงตัว แต่ในตำแหน่งกองหน้าฝั่งขวาคงต้องมาลงกันอีกทีว่าใครจะได้เป็นตัวจริงหากไม่มีนักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมในตำแหน่งนี้

แต่ไม่ว่าระบบการเล่นตั้งต้นจะเป็นอย่างไร รูปแบบเกมหลักๆ ของกุนซือชาวโปรตุกีสก็คงจะเป็นการถอยลงไปรับลึกแล้วรอสวนกลับอยู่ดี ซึ่งแฟน “ปีศาจแดง” ก็คงต้องนั่งลุ้นกันต่อไป ถึงแม้ว่าแผนการเล่นในหน้ากระดาษจะดูดีแค่ไหนก็ตาม

เพื่อทีม

    ผลกระทบจากศึกฟุตบอลโลกที่พึ่งจบไปเมื่อกลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ต้องเสียนักเตะคนสำคัญไปถึง 7 คนในช่วงของการพรีซีซั่นที่ผ่านมา เนื่องจากบรรดานักเตะของทีมชาติเบลเยี่ยม ทีมชาติฝรั่งเศส และทีมชาติอังกฤษ ต่างพากันเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลก ทำให้พวกเขาต้องกรำศึกหนัก และต้องแข่งกันอย่างเต็มแม๊กซ์ถึง 7 นัดในทัวร์นาเม้นต์ ทำให้พวกเขาได้พักยาวกว่าเพื่อนหน่อย และจะกลับมารายงานตัวกับสโมสรก่อนฤดูกาลพรีเมียร์ลีกจะเริ่มเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ทำให้กุนซือชาวโปรตุกีสต้องหัวเสียไม่น้อยในเรื่องนี้ แต่อันที่จริงก็มีผลกระทบกับหลายๆ ทีมด้วย โดยท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์นั้นได้รับผลกระทบเยอะสุด เนื่องจากมีนักเตะที่ผ่านไปถึงรอบรองชนะเลิศถึง 9 คนเลยทีเดียว ทำให้เหล่ากุนซือต้องหาทางออกให้กับทีมในช่วงเปิดฤดูกาล เพื่อที่จะแก้ไขสถานการณ์ให้ผ่านไปได้ก่อน ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ต้องมาเสียอองโตนี่ มาร์กซิยัล กองหน้าเพียงหนึ่งเดียวของทีมชุดใหญ่ในตอนนี้ออกไป เพื่อกลับไปหาแฟนสาวที่ได้คลอดบุตรคนที่ 2 ของเขาแล้ว ซึ่งอันที่จริงก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติกับการที่จะขอลาไปเฝ้าแฟนหรือภรรยาที่กำลังจะคลอดลูก แต่ในรายของมาร์กซิยัลนั้นลาไปกว่า 10 วันแล้ว ถึงจะกลับมาเข้าแคมป์ที่แคร์ริงตันกับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งถือว่ามากกว่าที่ควรจะเป็นด้วยซ้ำ หากเทียบกับกรณีของอัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าชาวสเปน ที่ก็ได้ลาไปเฝ้าภรรยาเช่นกัน แต่เขาก็กลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมภายใน 48 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของมืออาชีพ และทัศนคติที่จะทำเพื่อทีมด้วย ซี่งในกรณีของมาร์กซิยัลนั้นอาจจะโดนสโมสรสั่งปรับค่าเหนื่อยถึง 2 สัปดาห์ด้วยในกรณีนี้

จะเห็นได้ว่าความแตกต่างนี้อาจจะทำให้ความสามัคคีในทีมแตกกันได้ หากไม่ได้มีการลงดาบในครั้งนี้ ซึ่งจะเห็นความแตกต่างจากกรณี 3 นักเตะของทีมที่ยอมลดวันหยุดพักร้อนลง และรีบกลับมาซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมให้เร็วขึ้นอย่างมาร์คัส แรชฟอร์ด ฟิล โจนส์ และโรเมลู ลูกากู ที่จะลดวันหยุดมาเข้าแคมป์กับเพื่อนร่วมทีม เพื่อหวังจะช่วยทีมให้ได้มากที่สุดในช่วงต้นฤดูกาลนี้ ซึ่งจะเห็นความต่างได้อย่างชัดเจนในกรณีนี้ ว่าใครมีความพยายาม และความกระหายในการลงสนามช่วยทีมมากกว่ากัน ซึ่งตอนแรกมาร์กซิยัลก็ค่อนข้างจะได้โอกาสน้อยอยู่แล้ว ฤดูกาลนี้คงจะยิ่งน้อยลงไปอีก หรือาจจะถูกขายเลยก็ได้

ผลอุ่นเครื่องไม่ใช่คำตอบ

            สาวก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงกำลังหัวร้อนแบบสุดๆ หลังจากที่ทีมรักต้องพ่ายแพ้อย่างย่อยยับให้กับลิเวอร์พูล คู่รักคู่แค้นและคู่ปรับสำคัญในพรีเมียร์ลีกอย่างย่อยยับ 1-4 แบบหมดสภาพ แถมการให้สัมภาษณ์ของโชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสก็ชวนให้สงสัยถึงปัญหาภายในทีม ทั้งปัญหาตัวกุนซือกับทางเบื้องบนหรือบอร์ดบริหาร และรวมถึงตัวกุนซือกับตัวนักเตะด้วย ที่ดูเหมือนขี้แพ้ชวดตี ฟาดงวงฟาดงาไปหมดจากผลการอุ่นเครื่องซึ่งไม่ใช่แค่นัดนี้เท่านั้น แต่จาก 4 นัดที่ผ่านมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลย ทั้งกับคลับ อเมริกาที่เสมอกัน 1-1 เสมอกับทีมท้ายตารางของเมเจอร์ ลีกของสหรัฐอเมริกาอย่างซาน โฮเซ่ เอิร์ธเควก 0-0 ซึ่งเป็นทีมที่เสียประตูทุกนัดในลีก แต่ทาง “ปีศาจแดง” ก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายพวกเขาได้ และในการราย ICC ที่เสมอในเวลากับเอซี มิลาน 1-1 และเอาชนะการดวลจุดโทษได้ 9-8 และล่าสุดที่แพ้ให้กับลิเวอร์พูล 1-4 ด้วยสภาพที่ดูไม่ได้ทั้งผลการแข่งขัน ทั้งรูปเกมที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าสู้ไม่ได้ ทั้งการวางแผน รวมถึงวิธีการเล่นด้วย ซึ่งตลอด 90 นาทีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถสร้างโอกาสยิงประตูได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น ทำให้แฟนๆ เริ่มมีเสียงต่อต้านโชเซ่ มูรินโญ่ออกมาเรื่อยๆ และเริ่มหนักขึ้นเนื่องจากปัญหาด้านการซื้อนักเตะที่ล่าช้าของสโมสรด้วย ทำให้มันรวมควอัดอั้นตันใจมานาน และได้เวลาปะทุจากนัดที่แพ้ให้กับคู่ปรับตลอดกาลทันที และเริ่มมีแคมเปญการ Save jose ออกมาแล้วด้วย แต่ก็ยังมีแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดหลายกลุ่มที่ยังให้การสนับสนุนกุนซือเจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัยอยู่ และให้เหตุผลว่ามันก็เพียงแค่เกมอุ่นเครื่องเท่านั้น ถึงแม้ว่ามันจะแพ้เยอะไปหน่อยก็ตาม และมีการอ้างอิงมาจากในฤดูกาลแรกที่หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ที่เข้ามาคุมทีมหลังพาทีมชาติฮอลแลนด์จบอันดับ 3 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 โดยพรีซีซั่นฤดูกาลนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอุ่นเครื่องได้อย่างสวยหรูด้วยการถล่มแอลเอ กาแล็กซี่ 7-0 ชนะโรม่า 3-2 ชนะเรอัล มาดริด 3-1 ชนะลิเวอร์พูล 3-1 และชนะบาเลนเซีย 2-1 ซึ่งชนะ 5 นัดในการพรีซีซั่น แต่พอเริ่มฤดูกาลพรีเมียร์ลีกพวกเขาต้องพ่ายคาบ้านต่อสวอนซี ซิตี้ 1-2 บุกเสมอซันเดอร์แลนด์ 1-1 และบุกเสมอเบิร์นลี่ย์ 0-0

ผลงานที่อ้างอิงข้างต้นเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่าผลการแข่งขันในเกมอุ่นเครื่อง ไม่ใช่เครื่องการันตีว่าทีมจะมีผลงานที่ดีในลีกด้วย

 

ความหวังกับอเล็กซิส

    เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในการคว้าตัวอเล็กซิส ซานเชซ ปีกร่างเล็กทีมชาติชิลีมาจากอาร์เซน่อลโดยคาดว่าน่าจะมีราคาสูงถึง 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยเป็นการแลกตัวไปกับเฮนริค มคิทาร์ยาน เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติอาร์เมเนียที่ย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อลแทน โดยการมาของอเล็กซิส ซานเชซ ก็ทำให้เขาคว้าหมายเลข 7 ของทีมปีศาจแดงไปสวมใส่ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นของเมมฟิส เดปาย ปีกชาวดัตช์ที่ย้ายไปอยู่กับโอลิมปิก ลียง โดยการมาใส่หมายเลข 7 ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้สาวก “เรด อาร์มี่” หมดหวังในการคว้าตัวอองตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของแอตเลติโก มาดริดที่เป็นข่าวด้วยกันมาตลอดกว่า 2 ปี แต่อเล็กซิสก็ถือว่ามาเป็นความหวังใหม่ทางกราบซ้ายของทีมเช่นกัน

แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วกว่าดาวเตะวัย 29 ปีจะมาร่วมทีมก็เป็นช่วงปลายเดือนมกราคมแล้ว ทำให้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับระบบการเล่นของโชเซ่ มูรินโญ่ใหม่ และเพื่อนร่วมทีมใหม่ด้วย ทำให้ผลงานของเขาออกมาไม่ดีนัก แต่ว่าหากไม่นับการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมที่ยังดูไม่ค่อยเข้าขากัน แต่หากดูจากความสามารถเฉพาะตัวอย่างเดียวแล้ว จะเห็นได้ว่าเขาเหนือนกว่านักเตะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีอยู่มาอีกขั้นนึงเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นระดับเวิร์ลด์ คลาสส์เลยก็ว่าได้ แต่ด้วยเวลาที่ยังไม่ได้มีการเตรียมทีมร่วมกัน รวมถึงเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ก็ไม่ได้อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีนัก ทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสจะยังงัดศักยภาพของดาวเตะร่างเล็กคนนี้ออกมาไม่หมด เหมือนในสมัยที่เขาค้าแข้งในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมกับอาร์เซน่อล

พรีซีซั่นครั้งนี้อเล็กซิส ซานเชซได้พักอย่างเต็มที่ในรอบหลายๆ ปี เนื่องจากทีมชาติชิลีไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก ทำให้เขาได้พักอย่างเต็มเหนี่ยว และได้มาพรีซีซั่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องของเขาดีกว่าเมื่อช่วงฤดูกาลที่แล้วโดยทันที ถึงแม้ว่าร่างกายจะยังไม่ 100% ก็ตาม และแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ต่างหวังว่าดาวเตะหมายเลข 7 ของทีมจะเล่นได้เข้าขากับเพื่อนร่วมทีมในฤดูกาลนี้ ทั้งกับโรเมลู ลูกากู และปอล ป็อกบา และก็หวังประตูในจำนวนที่เขาทำได้ในตอนสวมเสื้อทีม “ปืนใหญ่” ด้วย

เรด อาร์มี่ อัพเดท : สถานการณ์มาร์กซิยัล

   เมื่อช่วงต้นฤดูกาลที่แล้ว เหล่าสาวก “เรด อาร์มี่” ต่างตีอกชกตัวกันยกใหญ่ หลังออกสตาร์ตฤดูกาลด้วยการเอาชนะคู่แข่ง 4-0 ได้ติดต่อกัน 2-3 นัด และฟอร์มของอ็องโตนี่ มาร์กซิยัล กองหน้าดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสเหมือนจะกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง เหมือนสมัยตอนเล่นในยุคของหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ที่เป็นคนไปซื้อเขามาจากโมนาโก ก่อนจะเสียคนไปเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อนในเรื่องของปัญหาส่วนตัวที่เลิกกับแฟนคนใหม่ รวมถึงถูกแย่งเบอร์ 9 ที่เป็นเบอร์ประจำของเขาไปให้กับซลาตัน อิบราฮิโมวิช จนเขาต้องย้ายมาใส่หมายเลข 11 แทนจนถึงปัจจุบัน โดยไม่ได้แจ้งให้เจ้าตัวทราบล่วงหน้าด้วย ทำให้ฤดูกาลนั้นฟอร์มของเจ้าหนูมาร์กซิยัลออกทะเลแบบกู่ไม่กลับเลยทีเดียว แต่เมื่อต้นฤดูกาลที่แล้วเหมือนจะกลับมาได้อีกครั้งเมื่อได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะเป็นตัวสำรองก็ตาม แต่พอเวลาลงเป็นตัวจริงก็โชว์ผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก และหลังการมาของอเล็กซิส ซานเชส ยิ่งทำให้ดาวเตะวัย 22 ปีได้รับโอกาสลงสนามน้อยลงไปอีก ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกลงไปอีกครั้ง จนมีข่าวว่าต้องการย้ายออกจาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดมาโดยตลอดจนถึงตอนนี้ โดยมีสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปต่างให้ความสนใจ เพราะต่างรู้กันดีว่ามาร์กซิยัลมีความสามารถแค่ไหน เพียงแค่ถูกใช้งานได้ไม่ถูกจุด และไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่านั้น

ล่าสุดอ็องโตนี่ มาร์กซิยัลก็ต้องถอนตัวจากแคมป์เก็บตัวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นเหตุผลเนื่องจากแฟนสาวของเขากำลังจะคลอดลูกของมาร์กซิยัล จึงได้ให้ถอนตัวเป็นกรณีพิเศษไป แต่นัยแฝงแล้วมีความเป็นไปได้สูงมากที่เขาจะไม่ได้กลับมาเจอหน้ากับเพื่อนร่วมทีมอีกแล้ว เพราะมีกระแสว่าโชเซ่ มูรินโญ่ ก็เริ่มไม่พอใจฟอร์มการเล่นของมาร์กซิยัลแล้ว ถึงแม้จะเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องก็ตาม แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นในแต่ละเกม โดยทีมพร้อมจะปล่อยดาวเตะชาวฝรั่งเศสออกจากทีมในกรณีที่มีทีมจากลีกอื่นมายื่นข้อเสนอขอซื้อตัว แต่จะไม่ขายให้กับทีมในพรีเมียร์ลีกโดยเด็ดขาด โดยมีข่าวว่าบาเยิร์น มิวนิคสนใจที่จะคว้าตัวอยู่ และยังมีเชลซีที่พร้อมยื่นข้อเสนอแลกตัวกับวิลเลี่ยน ปีกทีมชาติบราซิลวัย 29 ปีที่โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสต้องการตัวด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเสียดายในฝีเท้าของมาร์กซิยัล ที่ใครๆ ต่างก็มองออกว่าเก่ง แต่กุนซือยอดฝีมือกับใช้เขาไม่เป็น