ความหวังกับอเล็กซิส

    เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในการคว้าตัวอเล็กซิส ซานเชซ ปีกร่างเล็กทีมชาติชิลีมาจากอาร์เซน่อลโดยคาดว่าน่าจะมีราคาสูงถึง 40 ล้านปอนด์เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยเป็นการแลกตัวไปกับเฮนริค มคิทาร์ยาน เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติอาร์เมเนียที่ย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อลแทน โดยการมาของอเล็กซิส ซานเชซ ก็ทำให้เขาคว้าหมายเลข 7 ของทีมปีศาจแดงไปสวมใส่ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นของเมมฟิส เดปาย ปีกชาวดัตช์ที่ย้ายไปอยู่กับโอลิมปิก ลียง โดยการมาใส่หมายเลข 7 ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทำให้สาวก “เรด อาร์มี่” หมดหวังในการคว้าตัวอองตวน กรีซมันน์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของแอตเลติโก มาดริดที่เป็นข่าวด้วยกันมาตลอดกว่า 2 ปี แต่อเล็กซิสก็ถือว่ามาเป็นความหวังใหม่ทางกราบซ้ายของทีมเช่นกัน

แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วกว่าดาวเตะวัย 29 ปีจะมาร่วมทีมก็เป็นช่วงปลายเดือนมกราคมแล้ว ทำให้ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับระบบการเล่นของโชเซ่ มูรินโญ่ใหม่ และเพื่อนร่วมทีมใหม่ด้วย ทำให้ผลงานของเขาออกมาไม่ดีนัก แต่ว่าหากไม่นับการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมที่ยังดูไม่ค่อยเข้าขากัน แต่หากดูจากความสามารถเฉพาะตัวอย่างเดียวแล้ว จะเห็นได้ว่าเขาเหนือนกว่านักเตะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีอยู่มาอีกขั้นนึงเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นระดับเวิร์ลด์ คลาสส์เลยก็ว่าได้ แต่ด้วยเวลาที่ยังไม่ได้มีการเตรียมทีมร่วมกัน รวมถึงเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ก็ไม่ได้อยู่ในช่วงฟอร์มที่ดีนัก ทำให้โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุเกสจะยังงัดศักยภาพของดาวเตะร่างเล็กคนนี้ออกมาไม่หมด เหมือนในสมัยที่เขาค้าแข้งในถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยมกับอาร์เซน่อล

พรีซีซั่นครั้งนี้อเล็กซิส ซานเชซได้พักอย่างเต็มที่ในรอบหลายๆ ปี เนื่องจากทีมชาติชิลีไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก ทำให้เขาได้พักอย่างเต็มเหนี่ยว และได้มาพรีซีซั่นร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องของเขาดีกว่าเมื่อช่วงฤดูกาลที่แล้วโดยทันที ถึงแม้ว่าร่างกายจะยังไม่ 100% ก็ตาม และแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ต่างหวังว่าดาวเตะหมายเลข 7 ของทีมจะเล่นได้เข้าขากับเพื่อนร่วมทีมในฤดูกาลนี้ ทั้งกับโรเมลู ลูกากู และปอล ป็อกบา และก็หวังประตูในจำนวนที่เขาทำได้ในตอนสวมเสื้อทีม “ปืนใหญ่” ด้วย